ทะเบียนสมรส

บุคคลสัญชาติไทยที่พำนักในประเทศนอร์เวย์ และ ไอซ์แลนด์ ที่พึงประสงค์จะทำการสมรสตามแบบที่กำหนดไว้ตามกฎหมายไทย สามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ ณ กรุงออสโล ตามกฏหมายไทยบุคคลสัญชาติไทยต้องมีคุณสมบัติ และเอกสารดังต่อไปนี้

คุณสมบัติของผู้ร้อง

ชายและหญิงต้องเป็นคนสัญชาติไทย หรือชายหญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนสัญชาติไทย อีกฝ่ายเป็นคนต่างชาติ
ผู้ร้องทั้งสองฝ่ายต้องมาขอจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนด้วยตนเอง (ไม่สามารถจดทะเบียนทางไปรษณีย์ได้) และต้องมีพยานมาด้วย 2 คน

ผู้ร้องต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5)

  1. ชายและหญิงมีอายุ 17 ปี บริบูรณ์

  2. ไม่เป็นบุคคลวิกตจริต หรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

  3. ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรง หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา

  4. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะทำการสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้

  5. ต้องไม่อยู่ในระหว่างสมรสกับผู้อื่น

  6. หญิงที่สามีตายหรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการสมรสใหม่ได้ ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่ 
    ก. คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น 
    ข. สมรสกับคู่สมรสเดิม 
    ค. มีใบรับรองแพทย์แสดงว่า มิได้ตั้งครรภ์ 
    ง. มีคำสั่งศาลให้สมรสได้

  7. กรณียังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจให้ความยินยอม กรณีไม่มีผู้มีอำนาจให้ความยินยอม หรือมีแต่ไม่ให้ความยินยอม ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลเพื่ออนุญาตให้ทำการสมรสได้

เอกสารประกอบการยื่นจดทะเบียนสมรส

เอกสารจากผู้ร้องสัญชาติไทย ต้องยื่นเอกสารต้นฉบับ พร้อมสำเนา 1 ชุด ดังนี้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุใช้การได้อยู่ พร้อมสำเนา 1 ชุด

  2. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้การได้อยู่ พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและมีชื่อ 1 ชุด

  3. หนังสือรับรองความเป็นโสด (ตัวจริง) อายุไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออก ถ้าเคยแต่งงาน / เคยหย่ามาก่อน ต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสดหลังหย่า หรือถ้าคู่สมรสเสียชีวิตต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสด มีข้อความระบุว่า หลังคู่สมรสเสียชีวิตแล้วไม่ได้แต่งงานอีก พร้อมสำเนา 1 ชุด

  4. ทะเบียนบ้านไทย พร้อมสำเนา 1 ชุด

  5. ทะเบียนหย่า ในกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน แต่ได้หย่าขาดแล้ว พร้อมสำเนา 1 ชุด

  6. ในกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต ให้ยื่นสำเนามรณบัตรด้วย

  7. กรณีฝ่ายหญิงหย่าขาดมาน้อยกว่า 310 วัน ณ วันที่ยื่นขอจดทะเบียนสมรสใหม่จะต้องนำใบรับรองแพทย์ ระบุว่าไม่ได้ตั้งครรภ์มายื่นเพิ่มเติม ยกเว้นกรณีจดทะเบียนกับคู่สมรสเดิมก็ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ดังกล่าว พร้อมสำเนา 1 ชุด

  8. กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ และ/หรือนามสกุล ให้นำเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงชื่อดังกล่าวมาแสดง พร้อมสำเนา 1 ชุด

  9. เจ้าหน้าที่อาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมได้ แล้วแต่กรณี

หมายเหตุ บุคคลสัญชาติไทยที่ไม่มีหนังสือรับรองความเป็นโสด สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องมอบอำนาจที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อให้ญาติไปขอหนังสือรับรองโสดที่สำนักงานทะเบียนในประเทศไทยได้)


**************************************

เอกสารจากผู้ร้องชาวต่างชาติ ต้องยื่นเอกสารต้นฉบับ พร้อมสำเนา 1 ชุด ดังนี้

  1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้การได้อยู่ พร้อมสำเนา 1 ชุด

  2. หนังสือรับรองความเป็นโสด (ตัวจริง) อายุไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออก ถ้าเคยแต่งงาน / เคยหย่ามาก่อน ต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสดหลังหย่า หรือถ้าคู่สมรสเสียชีวิตต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสด มีข้อความระบุว่า หลังคู่สมรสเสียชีวิตแล้วไม่ได้แต่งงานอีก ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) พร้อมสำเนา 1 ชุด

  3. ทะเบียนบ้านนอร์เวย์ (Bostedsattest) ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET) พร้อมสำเนา 1 ชุด

  4. ทะเบียนหย่า ในกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน แต่ได้หย่าขาดแล้ว ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET) พร้อมสำเนา 1 ชุด

  5. นกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต ให้ยื่นสำเนามรณบัตรด้วย ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET) พร้อมสำเนา 1 ชุด

  6. กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ และ/หรือนามสกุล ให้นำเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงชื่อดังกล่าวมาแสดง ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET) พร้อมสำเนา 1 ชุด

  7. บรับรองการทำงาน 1 ชุด ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET)

  8. ใบรับรองการเสียภาษี (1  ปี ย้อนหลัง ) 1 ชุด ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET)

  9. ใบรับรองเงินเดือน (3 เดือนย้อนหลัง ) 1 ชุด ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET)

  10. เจ้าหน้าที่อาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมได้ แล้วแต่กรณี

คำนำหน้าชื่อหญิงไทยหลังการสมรส และ การใช้ชื่อสกุลหลังการสมรส

คำนำหน้าชื่อหญิงไทยหลังการสมรส

หญิงไทยที่จดทะเบียนแล้ว จะสามารถใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมาย (ในต่างประเทศคือเจ้าหน้าที่กงสุล) ทั้งนี้เป็นไปตามความในพระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติฯ นี้ มีผลบังคับย้อนหลังไปถึงหญิงทุกคนที่จดทะเบียนสมรสก่อนวันที่พระราชบัญญัติฯ มีผลบังคับใช้นายทะเบียนจะบันทึกเพิ่มเติมในหน้าบันทึกของทะเบียนสมรสระบุว่า ฝ่ายหญิงมีความประสงค์จะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว”

การใช้ชื่อสกุลหลังการสมรส

ตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548 กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ชื่อสกุลหลังการสมรส ดังนี้

1. คู่สมรสสามารถใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นชื่อรองได้เมื่อได้รับความยินยอมจากฝ่ายนั้นแล้ว (ไม่สามารถควบชื่อสกุลทั้งสองเข้าด้วยกันได้)

2. คู่สมรสมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อสกุลเดิมของตนได้ การตกลงดังกล่าวนี้ จะกระทำเมื่อมีการสมรสหรือในระหว่างสมรสก็ได้ และคู่สมรสจะตกลงเปลี่ยนแปลงข้อความในวรรคหนึ่งภายหลังก็ได้

3.  เมื่อการสมรสสิ้นสุดลงด้วยการหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส ให้ฝ่ายที่ใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิมของตน

4. เมื่อการสมรสสิ้นสุดด้วยความตาย ให้ฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่และใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิใช้ชื่อสกุลนั้นได้ต่อไป แต่เมื่อจะสมรสใหม่ ให้กลับไปใช้ชื่อสกุลเดิมของตน
ในระหว่างการจดทะเบียนสมรส คู่สมรสต้องแจ้งต่อนายทะเบียน (เจ้าหน้าที่กงสุล) ว่าตนประสงค์จะใช้ชื่อสกุลเดิมของตน หรือชื่อสกุลของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งนายทะเบียนจะบันทึกไว้บนหน้าบันทึกของทะเบียนสมรส


คู่สมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องทำหนังสือข้อตกลง มีข้อความระบุชัดเจนว่า คู่สมรสจะใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใด ชื่อสกุลอะไร พร้อมลงลายมือชื่อของคู่สมรส และพยานรับรอง 2 คน ประกอบหลักฐานในการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อสกุล หากเป็นการดำเนินการในต่างประเทศ เจ้าหน้าที่กงสุลต้องลงลายมือชื่อรับรองด้วย

กรณีคู่สมรสจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายท้องถิ่นของนอร์เวย์ ซึ่งระบุการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรส ให้ใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และมีการรับรองและแปลเป็นภาษาไทยตามระเบียบของทางราชการแล้ว สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อสกุลได้ แต่หากการสมรสไม่ระบุการใช้ชื่อสกุล ถ้าคู่สมรสประสงค์จะใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องทำเป็นหนังสือข้อตกลง พร้อมลงลายมือชื่อของคู่สมรส และพยานรับรอง 2 คน โดยเจ้าหน้าที่กงสุลไทยในประเทศนั้น ต้องลงลายมือชื่อรับรองด้วย


การดำเนินการภายหลังการสมรส

หลังจดทะเบียนสมรส บุคคลต้องไปยื่นคำร้องขอแก้ไขรายการบุคคล (คำนำหน้าชื่อ ชื่อสกุล)ในเอกสารทะเบียนราษฎร์ต่าง ๆ เช่น ทะเบียนบ้านที่ตนมีชื่ออยู่ในประเทศไทย บัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทางให้เรียบร้อยโดยเร็ว การแก้ไขชื่อสกุลและคำนำหน้านามในทะเบียนบ้านไทยหลังสมรสมีความสำคัญและจำเป็นมาก เนื่องจากเมื่อท่านยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ (หนังสือเดินทางอิเลคทรอนิกส์)หากยังไม่มีการแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ในเมืองไทย หมายความว่า สถานภาพหลังการสมรสยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เจ้าหน้าที่กงสุลไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในหนังสือเดินทางเก่าของท่าน หรือรับคำร้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ โดยเปลี่ยนคำนำหน้านาม หรือชื่อสกุลใหม่ของท่านได้โดยพลการ แม้จะมีหลักฐานการสมรสมาแสดงก็ตาม

ขั้นตอนการขอแก้ไขรายการบุคคล

นำเอกสารสมรสไปยังเขต หรืออำเภอเพื่อยื่นคำร้องขอแก้ไขรายการบุคคล
หากไม่สะดวกที่จะเดินทางกลับไปดำเนินการในประเทศไทยด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะดำเนินการแทนได้ โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจผ่านการรับรองจากเจ้าหน้าที่กงสุล (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อการทำหนังสือยินยอมและการมอบอำนาจ)
หลังจากได้แก้ไขรายการบุคคล (คำนำหน้าชื่อ ชื่อสกุล)ในเอกสารทะเบียนราษฎร์ สามารถทำบัตรประชาชน และหนังสือเดินทางได้ที่อำเภอ เขต หรือ ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ

เอกสารประกอบในการมอบอำนาจเพื่อเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และชื่อสกุล หลังการสมรสไทย ให้แก่บุคคลอื่นในประเทศไทยดำเนินการแทน

ผู้ร้องต้องเตรียมเอกสารตัวจริงพร้อมสำเนา 2 ชุด ยื่นต่อเจ้าหน้าที่กงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ ดังนี้

  1. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 2 ชุด

  2. บัตรประชาชน พร้อมสำเนา 2 ชุด

  3. ทะเบียนบ้านไทย พร้อมสำเนา 2 ชุด

  4. ทะเบียนบ้านนอร์เวย์ ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) พร้อมสำเนา 2 ชุด

  5. ทะเบียนสมรสไทย พร้อมสำเนา  ชุด

  6. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ฯลฯ พร้อมสำเนา 2 ชุด

  7. หนังสือข้อตกลงการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรส, กดคลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด หนังสือข้อตกลงการใช้ชื่อสกุล ต้องนำไปรับรองลายเซ็นต์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ Notary Public จากนั้นนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์(UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) พร้อมสำเนา 2 ชุด

  8. คำร้องนิติกรณ์

  9. ค่าธรรมเนียม งานนิติกรณ์ฉบับละ 150 โครนนอร์เวย์ ชำระเป็นเงินสดเท่านั้น (กรุณาเตรียมเงินสดมาให้พอดี)

 

การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และชื่อสกุล หลังการสมรสจากการจดทะเบียนสมรสท้องถิ่นนอร์เวย์

การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และชื่อสกุลสามารถทำได้เฉพาะหน่วยงานทะเบียนราษฏร์เช่น เขต หรือ อำเภอในประเทศไทยเท่านั้น ผู้ที่การต้องการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และชื่อสกุลสามารถทำด้วยตนเอง ณ ยังสถานที่ดังกล่าว หรือทำหนังสือมอบอำนาจให้แก่บุคคล อื่นในประเทศไทยดำเนินการแทน

การเตรียมเอกสารเพื่อการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และชื่อสกุล

  1. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 2 ชุด

  2. บัตรประชาชน พร้อมสำเนา 2 ชุด

  3. ทะเบียนบ้านไทย พร้อมสำเนา 2 ชุด

  4. ทะเบียนบ้านนอร์เวย์ ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งออกให้โดยทางการนอร์เวย์และนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ก่อน (UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) พร้อมสำเนา 2 ชุด

  5. ใบสำคัญการสมรส แปลเป็นภาษาไทย และอังกฤษ ผ่านการรับรองจาก Notary Public  และ กระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ (UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) และนำมารับรองอีกครั้งที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมสำเนา 2 ชุด

  6. ใบเปลี่ยนนามสกุลไปแปลแปลเป็นภาษาไทย และอังกฤษ  และผ่านการรับรองจาก Notary Public  และ กระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์ (UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) และนำมารับรองอีกครั้งที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมสำเนา 2 ชุด

  7. หนังสือข้อตกลงการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรส, กดคลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด หนังสือข้อตกลงการใช้ชื่อสกุล ต้องนำไปรับรองลายเซ็นต์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ Notary Public จากนั้นนำไปผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ของนอร์เวย์(UTENRIKSDEPARTEMENTET, กรุณากดคลิ๊ก Legalisering) พร้อมสำเนา 2 ชุด

  8. คำร้องนิติกรณ์
  9. หนังสือมอบอำนาจ ซึ่งสามารถมาทำได้ที่สถานทูต

  10. ค่าธรรมเนียม งานนิติกรณ์ฉบับละ 150 โครนนอร์เวย์ ชำระเป็นเงินสดเท่านั้น (กรุณาเตรียมเงินสดมาให้พอดี)


หมายเหตุ : เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบเรียบร้อย ท่านต้องสแกนเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่อีเมล์ consular.osl@mfa.mail.go.th หากเอกสารครบ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเวลาเพื่อให้ท่านมายื่นคำร้อง

Downloadable Form(s) / Document(s)