สารอำลาจากเอกอัครราชทูตนิธิวดี มานิตกุล
วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2569
| 7 view
สารอำลาจากเอกอัครราชทูตนิธิวดี มานิตกุล
เอกอัครราชทูตไทยคนสุดท้ายในรัชสมัยสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ ๕ และคนแรกในรัชสมัยสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ ๘ แห่งนอร์เวย์
เนื่องด้วยดิฉันจะพ้นวาระการประจำการในฐานะเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโลในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ นี้ ดิฉันขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องชาวไทยทุกท่านในนอร์เวย์และไอซ์แลนด์มา ณ ที่นี้
แม้ว่าเป็นเวลาเพียง ๒ ปี ๕ เดือนที่ดิฉันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ ซึ่งไม่นานนัก ดิฉันรู้สึกยินดีที่ในช่วงเวลาไม่นาน ดิฉันได้รับโอกาสในการดำเนินกิจกรรมมากมายในการส่งเสริมและต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนอร์เวย์ และได้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์ ได้มีส่วนร่วมในยามที่ชาวนอร์เวย์มีความสุขที่สุด และมีความทุกข์ที่สุด
ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง ดิฉันรู้สึกได้รับพรในการได้รับโปรดเกล้าฯ มาเป็นเอกอัครราชทูตในประเทศนี้ ประเทศที่พระบาทสมเด็จพระจุลเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูแนวทางความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างงดงามตั้งแต่การรับรองนอร์เวย์เป็นเอกราชในปี ค.ศ. ๑๙๐๕ และเสด็จฯ เยือนนอร์เวย์เป็นเวลา ๑ เดือน ในปี ค.ศ. ๑๙๐๗ ดิฉันจึงแน่วแน่ที่จะสานต่อและต่อยอดความสัมพันธ์ให้เพิ่มพูนขึ้น และมีหลากหลายมิติมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่หลักลำดับแรกของการเป็นเอกอัครราชทูต
ดิฉันจึงมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่มีส่วนร่วมในการเจรจาในขั้นตอนสุดท้ายก่อนได้ข้อสรุปข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-สมาคมเสรีการค้ายุโรป (Thailand-EFTA FTA) ซึ่งนอร์เวย์เป็นส่วนหนึ่งของ EFTA และช่วยผลักดันเพื่อให้รัฐสภาไทยให้สัตยาบันข้อตกลง ซึ่งทำให้ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ต้นปี ๒๕๗๐ และถือเป็นข้อตกลง FTA ฉบับแรกที่ไทยมีกับประเทศในยุโรป และจะช่วยเพิ่มพูนการค้า การลงทุนและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจระหว่างคนทั้งสองประเทศสะดวกขึ้น โดยเฉพาะโอกาสของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงเป็นอีกสัญลักษณ์ในการสะท้อนพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง ในช่วง ๑๕ ปีก่อนที่ดิฉันมาประจำการ ได้มีการว่างเว้นการเยือนนอร์เวย์ของระดับรัฐมนตรีของไทย ดิฉันจึงพยายามหาช่องทางเพื่อให้มีการเยือนเกิดขึ้น เพื่อให้ไทยอยู่ในสายตาประเทศที่ยังมีศักยภาพการค้า การลงทุน และท่องเที่ยวของนอร์เวย์ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้เดินทางเยือนนอร์เวย์หารือกับภาครัฐและเอกชนนอร์เวย์ และที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง คือ ในเดือนกันยายน ๒๕๖๙ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นผู้แทนพระองค์เข้าร่วมในงานพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ ๕ ได้เดินทางเยือนนอร์เวย์ และเป็นครั้งแรกในรอบกว่า ๓๕ ปีที่ไม่มีการเยือนระดับผู้นำรัฐบาล การเยือนในระดับสูงเช่นนี้ซึ่งมีนัยยะสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราทั้งสอง
ในปี ๒๕๖๘ ถือเป็นปีสำคัญปีหนึ่งในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-นอร์เวย์ เพราะเป็นปีครบรอบ ๑๒๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดิฉันขอขอบคุณคนไทยทุกท่านทั้งในไทยและนอร์เวย์ รวมทั้งคนนอร์เวย์ที่ร่วมในกิจกรรมเดิน/วิ่งการกุศลฉลอง ๑๒๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และขออนุโมทนาบุญที่ร่วมบริจาคเงินในการร่วมกิจกรรมดังกล่าวโดยตรงไปที่กองทุนฉลอง ๑๒๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสภายใต้ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งนอกจากทุกท่านมีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ยังได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน
นอกจากนั้น ดิฉันขอขอบคุณทุกท่านที่นอกจากร่วมงานเดิน/วิ่งการกุศล ยังร่วมในงานฉลอง ๑๒๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ ที่ City Hall สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์และเป็นที่รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สถานเอกอัครราชทูตจัดงานที่มีความสำคัญ ณ ที่แห่งนี้ และได้รับเกียรติจากทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศนอร์เวย์ และ Mayor of Oslo มาเป็นแขกเกียรติยศ
ในช่วง ๒ ปีกว่าที่ผ่านมา ดิฉันได้พยายามพบปะหารือกับทั้งภาครัฐ เอกชน และวิชาการของนอร์เวย์ ได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานรัฐสภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลังงาน อุดมศึกษา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้า กระทรวงประมง กลาโหม และผู้ว่าราชการในเมืองสำคัญๆ เช่น สวาบาด ทรอนแฮม อาเรดัล ทรอมโซ สตารเวงเก้แ คริสเตรียนซาน และรองผู้ว่าราชการเบอเกน โบโด และได้มีโอกาสพบปะเยี่ยมคนไทยในหลายพื้นที่ทั้งเหนือสุดและใต้สุด ซึ่งดิฉันขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณาช่วยเหลืองานสถานเอกอัครราชทูตหลายประการ อาทิ งานเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทำให้สถานเอกอัครราชทูตประสบความสำเร็จในงานต่างๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ดิฉันขอขอบคุณสมาคมและชมรมต่าง ๆ ที่มีจิตอาสาช่วยทุกภารกิจของสถานเอกอัครราชทูต เช่น งานวันชาติไทยปี ๒๕๖๗ งานส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมขึ้นทะเบียน มรดกโลก ซึ่งได้การชื่นชมในความตั้งใจ ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย
ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันปลื้มใจที่ในช่วงฤดูร้อนในปี ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา ดิฉันได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจของชาวนอร์เวย์มีความสุขกับการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 หลังจากรอคอย ๒๘ ปีซึ่งได้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนอร์เวย์ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ ๕ แห่งนอร์เวย์ ซึ่งได้เคยพระราชทานความเมตตามีปฏิสันถารกับดิฉันอย่างใกล้ชิดถึง ๒ ครั้ง ดิฉันจึงรู้สึกเศร้าหมองไม่ต่างจากความรู้สึกคนนอร์เวย์
และดิฉันขอขอบคุณโอกาสที่ให้ดิฉันได้มาอยู่ที่นอร์เวย์ในช่วงแห่งประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์ ทำให้ดิฉันเป็นเอกอัครราชทูตไทยคนสุดท้ายเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ ๕ และได้เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลลาสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ ๘ ในขณะดำรงพระอิสริยายศเป็นมกุฏราชกุมาร และเข้าเฝ้าในพระราชพิธีให้สัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นกษัตริย์พระองค์ของราชวงศ์นอร์เวย์
ขอให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-นอรเวย์ยั่งยืน รุ่งเรืองตลอดไป


Alt for Norge 
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ